เรื่องกาแฟล่าสุด

Anaerobic Process Coffee คือกระบวนการแปรรูปแบบใด เหตุใดจึงได้รับความนิยม

Anaerobic Process Coffee คือกระบวนการแปรรูปแบบใด เหตุใดจึงได้รับความนิยม

Anaerobic Process Coffee คือกระบวนการแปรรูปแบบใด เหตุใดจึงได้รับความนิยม

             ประเทศไทยนั้นเป็นอีกหนึ่งประเทศที่นิยมปลูกกาแฟเป็นจำนวนมากทำให้เรานั้นมีกาแฟสายพันธุ์ไทยเอาไว้ดื่มกันเอง หลายคนอาจเข้าใจว่ากาแฟสายพันธุ์จากต่างประเทศอย่างเช่นบราซิลเยอรมันนั้นเป็นกาแฟที่มีคุณภาพมากกว่ากาแฟสายพันธุ์ไทย แต่ความจริงแล้วกาแฟสายพันธุ์ไทยที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับกาแฟสายพันธุ์จากต่างประเทศนั้นก็มีเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน และยิ่งมันผ่านกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพแล้วก็จะยิ่งช่วยให้กาแฟที่ได้ออกมานั้นเต็มไปด้วยกลิ่นและรสชาติที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยวิธีการที่มีความนิยมใช้กันมากยิ่งขึ้นนั้นก็คือ Anaerobic Process Coffee

Anaerobic Process Coffee คือกระบวนการแปรรูปแบบใด เหตุใดจึงได้รับความนิยม

            เป็นกระบวนการแปรรูปกาแฟที่ใช้วิธีการหมัก มันจึงอยู่ในหมวดกระบวนการแปรรูปแบบเปียก วิธีการก็คือเก็บผลเชอรี่กาแฟนำเอามาล้างทำความสะอาดและทำการคัดผลที่ลอยขึ้นมาออกเนื่องจากภายในนั้นเมล็ดฝ่อหรือไม่สมบูรณ์ หลังจากที่ได้ผลเชอรี่กาแฟที่มีคุณภาพแล้วก็จะนำมันไปหมักในขั้นตอนแบบ Anaerobic ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ประยุกต์มาจากการหมักไวน์นั่นก็คือการนำเอาผลกาแฟเข้าไปใส่ในถังแล้วทำการไม่ออกซิเจนออกจากถังทั้งหมด ทำให้ภายในถังนั้นจะเต็มไปด้วยค่ะเป็นไดออกไซด์ จากนั้นก็ทำการหมักทิ้งไว้ประมาณ 2 ถึง 4 วัน ผลกาแฟภายในถังนั้นก็จะทำการหมักตัวเองท่ามกลางการควบคุมคุณภาพอุณหภูมิและก๊าซภายในถังของเรา ทำให้เรานั้นได้ผลกาแฟที่ผ่านการหมักมาเป็นอย่างดี ช่วยให้เมล็ดกาแฟที่ได้นั้นได้รับความหวานมากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถตอบโจทย์คนไทยได้เป็นอย่างดีที่นิยมชมชอบการดื่มเครื่องดื่มที่มีรสชาติหวาน วิธีการแปรรูปกาแฟดังกล่าวนั้นจึงได้รับความนิยมมากขึ้นนั่นเอง

            ขั้นตอนต่อมาของกระบวนการ Anaerobic Process Coffee หลังจากที่หมักกาแฟจนได้ที่เรียบร้อยแล้วก็จะนำเอามาตากแห้ง ซึ่งก็สามารถทำได้ตั้งแต่ในวิธีการธรรมชาติอย่างเช่นการนำเอาไปวางไว้ตามลานหรือแค่เพื่อตากแดดให้ผลกาแฟแห้ง หรือจะใช้วิธีการดมอัจฉริยะที่มีการควบคุมความชื้นและอุณหภูมิเป็นพิเศษ วิธีการนี้ก็จะช่วยให้เราสามารถควบคุมคุณภาพของกาแฟได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเชื้อราและการเกาะสะสมของสิ่งสกปรก และยังช่วยให้เราสามารถคำนวณวันที่กาแฟจะได้ที่ได้แม่นยำมากยิ่งขึ้นอีกด้วย หลังจากที่ตากแห้งเรียบร้อยแล้วก็ต้องนำกาแฟที่ได้นั้นมาปรับอุณหภูมิ โดยการนำเอากาแฟมาอยู่ในห้องที่ควบคุมความชื้นและอุณหภูมิให้มีความต่ำอยู่ตลอดเวลาและไม่โดนแสงแดด พาความชื้นถูกไล่ออกไปจากผลการแชร์ในระดับที่เราต้องการเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการนำเอาผลกาแฟที่ได้เป็นสีเปลือกออก สุดท้ายแล้วเราก็จะได้เมล็ดกาแฟสดมาพร้อมที่จะนำไปคั่วบดและทำเป็นเครื่องดื่มต่อไป

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น