สายพันธุ์Bourbon Pointu เบอร์บอน ปวงตูว์

สายพันธุ์Bourbon Pointu เบอร์บอน ปวงตูว์

สายพันธุ์Bourbon Pointu เบอร์บอน ปวงตูว์

            ในปัจจุบันมีหลากหลายยี่ห้อของกาแฟเข้ามายังตลาดโลกมากมาย และสามารถสร้างเป็นรายได้และผลผลิตทางตลาดโลกได้ดีอีกเช่นกัน เช่นเดียวกับเมล็ดกาแฟ ที่มีการแตกย่อยออกมาหลากหลายสายพันธุ์ โดยแต่ละสายพันธุ์จะเป็นการแตกย่อยมาจาก อาราบิก้า และ โรบัสต้า ซึ่งอย่างที่ทุกคนทราบว่าเมล็ดกาแฟ 2 สายพันธุ์นี้ เป็นที่นิยมและผู้คนชื่นชอบกันอย่างมาก แต่หากลองศึกษาลึกๆจะค้นพบว่า เมล็ดกาแฟไม่ได้มีเพียงแค่ 2 สายพันธุ์เท่านั้น ยังมีสายพันธุ์อื่นๆอีกมากมาย แค่บางตัวไม่ได้ถูกหยิบยื่นขึ้นมาให้เป็นเมล็ดกาแฟที่มีรสชาติที่ดีนั้นเอง ซึ่งอีกหนึ่งกาแฟที่แทบจะไม่เห็นกันเลยในช่วงสมัยก่อน ถึงกับบางคนคิดว่าได้สูญหายไปแล้ว แต่สุดท้ายก็ถูกหยิบยกขึ้นมาให้แจ้งเกิดอีกครั้ง และทำการฟื้นฟูของเมล็ดกาแฟขึ้นมาใหม่ นั้นก็คือ “สายพันธุ์Bourbon Pointu (เบอร์บอน ปวงตูว์)

สายพันธุ์Bourbon Pointu เบอร์บอน ปวงตูว์

            สำหรับเมล็ดกาแฟ “สายพันธุ์Bourbon Pointu (เบอร์บอน ปวงตูว์)” เป็นอีกหนึ่งกาแฟที่มาจากเกาะเบอร์บอนหรือรียูเนียนในปัจจุบัน โดยเมล็ดกาแฟสายพันธุ์นี้ได้ถูกหยิบขึ้นมาฟื้นฟูและพัฒนาใหม่อีกครั้ง และเป็นหนึ่งกาแฟที่มีปริมาณคาเฟอีนเพียง 0.6 % เท่านั้น ซึ่งต่างจากอาราบิก้าและโรบัสต้าที่มีมากถึง 1.2 – 1.6 %  อีกทั้งเมล็ดกาแฟของสายพันธุ์นี้ เป็นเมล็ดกาแฟที่มีโปรไฟล์ในเรื่องของรสชาติที่ดีมากๆ ทั้งมีความพิเศษในเรื่องของรสชาติที่เปรี้ยวต่ำ ความขมต่ำ และมีกลิ่นที่หอมโดดเด่นคล้ายดอกไม้ผสมกับผลไม้เข้าด้วยกัน จนทำให้ตอนนี้ได้กลายเป็นที่นิยมในตลาดโลกอย่างมาก ซึ่งต่างจากสมัยก่อนที่ไม่เคยยกคุณภาพของเมล็ดกาแฟ “สายพันธุ์Bourbon Pointu (เบอร์บอน ปวงตูว์)นี้ขึ้นมาเลย

            และเมื่อย้อนกลับไปในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมล็ดกาแฟ “สายพันธุ์Bourbon Pointu (เบอร์บอน ปวงตูว์)” มีต้นกำเนิดมาจากแหล่งเอธิโอเปีย ก่อนที่จะเผยแพร่เข้ามาในเยเมน และถูกส่งต่อไปยังคาบสมุทรอาหรับ ต่อจากนั้นได้เกิดการผสมข้ามสายพันธุ์ตามธรรมชาตินั้นก็คือเบอร์บอนและทิปิก้า โดยเมล็ดกาแฟ 2 ตัวนี้ มีรสชาติและความอร่อยกลมกล่อมที่คล้ายคลึงกัน แต่เบอร์บอนจะให้ผลผลิตที่สูงกว่าประมาณ 20-30 % และยังสามารถทนต่อโรคพืชได้มากกว่าอีกด้วย และต่อมาทางบราซิลได้เดินทางไปยังเกาะยูเรเนียนในปี ค.ศ.1720 เพื่อจะนำเมล็ดกาฟเบอร์บอนที่เป็นผลสีแดง กลับมาปลูกที่บราซิลจนตอนนี้ได้กลายเป็นกาแฟตัวหลักของแดนแซมบ้าในที่สุด และสุดท้ายเมล็ดกาแฟสายพันธุ์เบอร์บอน ก็ได้ถูกนำมาปลูกที่ทางภาคเหนือของประเทศไทย และได้กลายเป็นที่ยอมรับอย่างมากสำหรับเมล็ดกาแฟอีกหนึ่งสายพันธุ์ ที่เกือบจะได้สูญหายไปนั้นเอง

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *