ชาไทยที่ได้รางวัลระดับโลก

ชาไทยที่ได้รางวัลระดับโลก แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ใช่ประเทศต้นกำเนิดชา แต่เมนู “ชาไทย” ก็ยังได้รับความนิยมไปทั่วโลกจากการสำรวจของ CNN

ชาไทยที่ได้รางวัลระดับโลก

แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ใช่ประเทศต้นกำเนิดชา แต่เมนู “ชาไทย” ก็ยังได้รับความนิยมไปทั่วโลก และยังได้เป็น World’s 50 most delicious drinks หรือ 50 เมนูเครื่องดื่มที่อร่อยที่สุดในโลก เป็นอันดับที่ 27 จากการสำรวจของ CNN เมื่อปี 2020 แต่เพื่อน ๆ ทราบไหมคะว่าในปีเดียวกันนั้น “น้ำชา” จากใบชาที่ปลูกในไทยเอง ก็ได้รับรางวัลระดับโลกด้วยเช่นกันนะ

บนเวทีประกวดชาโลกในประเทศญี่ปุ่น “The World Green Tea Contest 2020” ซึ่งจัดขึ้นโดย World Green Tea Association นั้น เป็นที่น่าภูมิใจว่า “ชาเขียวอัสสัม” จากโรงงานชา 1×2 บ้านพญาไพรเล่ามา และ “ชาอู่หลงข้าว ฮาง-งอก” จาก บริษัท ชาดี 101 จำกัด ซึ่งปลูก ณ ดอยพญาไพร จังหวัดเชียงราย นั้น ได้รับ รางวัล Gold Prize มาฝากคนไทยด้วย

ชาไทยที่ได้รางวัลระดับโลก

  • ทำไมชาเหล่านี้ถึงได้รับรางวัลระดับโลก

ความจริงแล้วจังหวัดเชียงรายถือเป็นสถานที่ปลูกชาคุณภาพดีแหล่งใหญ่ที่สุดของไทย และ “ดอยพญาไพร” แหล่งปลูกชาที่ได้รับรางวัลนี้ก็ยังเป็นที่ตั้งของบริษัทชาชื่อดังอย่าง “ไร่ชาฉุยฟง” อีกด้วย เดิมทีดอยพญาไพรนี้เคยเป็นแหล่งปลูกฝิ่นมาก่อน แต่เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ลงมาทรงงานและมีพระราชดำริให้ขจัดฝิ่นออกไปในปี พ.ศ. 2531 และส่งเสริมให้ปลูกชาแทนแล้ว ชาวเขาที่มีทั้งชาวอาข่า ชาวลาหู่ จึงได้แสดงความสามารถของตนเพื่อปลูกชาที่ได้คุณภาพ

นอกจากจะได้รับการพัฒนาพื้นที่และความร่วมแรงร่วมใจของชาวเขา พื้นที่ดอยพญาไพรแห่งนี้ตั้งอยู่กลางหุบเขา สูง 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล สิ่งแวดล้อมก็ยอดเยี่ยม ทั้งอากาศเย็นสบายที่มีอุณหภูมิเหมาะกับการปลูกชา น้ำสะอาด และดินยังบริสุทธิ์ปราศจากโลหะหนัก

  • รสชาติชาอันมีเอกลักษณ์

ชาทั้งสองชนิดที่ได้รับ รางวัล Gold Prize แม้จะยังไม่ใช่รางวัลสูงสุด แต่ในเวทีระดับโลกก็ยอมรับว่าชาจากจังหวัดเชียงรายของไทยนั้นมีกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์มาก ด้วยทำเลทางภูมิศาสตร์อันเอื้อแก่การปลูกชาอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ส่งผลให้ยอดชาและใบชาที่เก็บมานั้นมีรสและกลิ่นแบบฝาด ขม และหอมในคราวเดียว เมื่อดื่มแล้วให้รสชาติที่หอมละมุน กลมกล่อมไม่เหมือนใคร จนได้ขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของเชียงราย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เป็นต้นมา

แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้เป็นต้นกำเนิดชาของโลก เราไม่ได้มีวัฒนธรรมการดื่มชาเป็นหลักเหมือนประเทศอื่น แต่หากหยิบเอาจุดเด่นทางภูมิศาสตร์ของตัวเองออกมา และได้รับการสนับสนุนอย่างดี เราก็สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ดี ๆ ในระดับโลกขึ้นมาได้อย่างเช่นชาเชียงราย การทำไร่ชานั้นนอกจากจะเป็นการกระจายรายได้ให้ชาวเขาแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดได้อีกด้วย


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *